Apec2003Apec2003Apec2003
English VersionHome

ข่าวประจำวัน
เกี่ยวกับ Apec
ตารางการประชุม
รายงานพิเศษ
ข่าวประจำวัน
เร่งส่งเสริม ไทย ศูนย์กลางการท่องเที่ยว แห่งเอเชีย

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา มั่นใจความสำเร็จ ในการจัดประชุมเอเปค จะเร่งส่งเสริมให้ไทยเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวแห่งเอเชีย พร้อมทั้งคาดว่า รายได้จากนักท่องเที่ยวด้านชอปปิงจะเพิ่มถึง 360,000 ล้านบาท เพราะผลิตภัณฑ์โอท็อป

26 ต.ค. 2546 เอเปคสำเร็จภารกิจยังไม่จบ
26 ต.ค. 2546 แง้มประตู บก.02 เบื้องหลังความสำเร็จ รปภ.เอเปค
25 ต.ค. 2546 ททท.ปรับแผนชูภาพ ผู้นำเอเปคเที่ยวไทยปลอดภัยไปทั่วโลก
24 ต.ค. 2546 เปิดใจหัวหน้ารปภ.บุช สำเร็จเพราะคนไทยทุกคน
23 ต.ค. 2546 เอกชนตีปีกเอเปค แม่เหล็กดึงนักท่องเที่ยว
23 ต.ค. 2546 "ทักษิณ"โล่งใจผ่านประชุมเอเปค
23 ต.ค. 2546 เอเปคปิดฉากสวยดันหุ้นไทยฝ่าด่าน 604
23 ต.ค. 2546 ตำรวจ-กองทัพ แถลงผลสำเร็จร่วม รปภ.เอเปค
22 ต.ค. 2546 จีน ยันไม่ลดค่าหยวน ส่งท้ายก่อนอำลาเอเปค 2003
22 ต.ค. 2546 21 ผู้นำดันเลิกอุดหนุนส่งออกเกษตร
22 ต.ค. 2546 บ้านกระดาษบันทึกกินเนสส์บุ๊ค

รายงานพิเศษ
ข้อมูล ปิดถนนช่วงประชุมเอเปค

กองบัญชาการตำรวจนครบาล ประกาศเดินรถทางเดียว ปิดถนน ซอย ในการประชุมเอเปค 2003 พล.ต.ต.ภาณุ เกิดลาภผล ผบก.จร. เปิดเผยว่า ทางกองบังคับการตำรวจจราจร จะทำการเดินรถทางเดียว รวมทั้งการปิดถนนเป็นการชั่วคราว ในระหว่างการประชุมเอเปค 2003 ระหว่างวันที่ 15-22 ต.ค. 46 โดย ห้ามรถทุกชนิดเดินในถนน ตามวัน เวลา และเงื่อนไขดังต่อไปนี้

"จานเบญจรงค์-เสื้อผู้นำ-ผ้าคลุมไหล่ ของขวัญเอเปค"

ความวิจิตรบรรจงของช่างฝีมือชาวไทยในผลงานชิ้นเอกอุ ที่ปรากฏในรูปของชุดจานอาหารเบญจรงค์ เสื้อผ้าของผู้นำและผ้าคลุมไหล่หลากสีสัน ซึ่งรัฐบาลไทย เตรียมจัดมอบเป็นของขวัญชิ้นพิเศษ ให้แก่ผู้นำเอเปค ทั้ง 21 ประเทศ ถือเป็นการสร้างบรรยากาศแห่งความประทับใจแก่อาคันตุกะ ที่เข้าร่วมประชุมครั้งน

สถาปัตยกรรมไทย ตราตรึง"ผู้นำเอเปค"

สถานที่การประชุมพบปะ มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าเนื้อหาสาระที่ผู้นำเอเปค ทั้ง 21 ชาติ จะหยิบยกขึ้นมาหารือกันบนโต๊ะ เพราะแม้จะเป็นเพียงถาวรวัตถุ แต่สถานที่ที่ถูกเลือกล้วนแสดงถึงความเป็นหนึ่งเดียวของโลกใบนี้ตั้งแต่อดีตกาล

กระบวนเรือพยุหยาตราทางชลมารค ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติไทย

ไฮไลท์สำคัญของการเลี้ยงรับรองผู้นำเอเปค คือการจัดกระบวนพยุหยาตราทางชลมารค ในวันที่ 20 ตุลาคม 2546 ระหว่างเวลา 21.30-22.30 น. เพื่อจัดแสดงในงานเลี้ยงรับรองผู้นำประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ที่มาร่วมประชุมเอเปค 2003 โดยกองทัพเรือเป็นผู้รับผิดชอบโครงการน

กว่าจะมาเป็นสารถี "สามล้อไชย" รับผู้นำเอเปค

ตุ๊ก ตุ๊ก หรือรถสามล้อ ถือเป็นรถคู่เมืองของประเทศไทย ที่ชาวต่างประเทศรู้จักกันดี และในการประชุมเอเปคครั้งนี้ "ตุ๊ก ตุ๊ก" ก็ยังเป็นหนึ่งในจุดขายของไทยที่จะถูกนำมาใช้ต้อนรับบรรดาผู้นำเอเปค

เมนูเอเปค "ต้มยำกุ้ง"ขึ้นโต๊ะผู้นำ

สีสันของการประชุมเอเปค ที่นอกเหนือจากที่ประเทศไทย ในฐานะเจ้าบ้านจะให้การต้อนรับการ มาเยือนของอาคันตุกะ ด้วยความอบอุ่นและสร้างบรรยากาศ แห่งความประทับใจแล้ว "ชุดอาหารไทย" นานาชนิด อันมีชื่อเสียงในเรื่องรสชาติที่คงความเป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนกับชาติใดในโลก ได้ถูกจัดวางเพื่อเสิร์ฟบนโต๊ะอาหารที่ราชนาวีสโมสรและพระที่นั่งอนันตสมาคม

พลิกปูมบทบาทผู้นำไทยในเวทีเอเปค

ประเทศไทยเข้าไปเกี่ยวข้องกับ "เอเปค" เมื่อ 14 ปีก่อน โดยที่ไทยเป็นหนึ่งใน 12 ประเทศ ที่ร่วมริเริ่มก่อตั้งเวทีนี้ขึ้นมา สมัยนั้นตรงกับยุครัฐบาล พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ เป็นนายกรัฐมนตรี และได้มีการรวมกลุ่มเจรจาของประเทศในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก 12 ประเทศ มีการเสนอความเห็นกันหลายอย่างเพื่อที่จะเชื่อมโยงเศรษฐกิจของ 2 ภูมิภาคเข้าด้วยกัน จนกระทั่งในที่สุด เอเปค ก็ได้รับการสถาปนาขึ้นในปี 2532 ที่กรุงแคนเบอร์รา ประเทศออสเตรเลีย

แอร์ ฟอร์ซ วัน 2 ผู้นำโลก "บุช-ปูติน" เป้าหมายการอารักขา สูงสุด !

เป้าใหญ่ของการรักษา ความปลอดภัยขั้นสูงสุดของผู้นำ 21 ประเทศ ที่จะเดินทางมาร่วม ประชุมกลุ่มความร่วมมือ ทางเศรษฐกิจเอเชียแปซิฟิก หรือเอเปค ที่กรุงเทพมหานคร ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ฉายไปที่ทุกย่างก้าวของ สองผู้นำโลก "จอร์จ ดับเบิลยู บุช" ผู้นำสหรัฐอเมริกา และ "วลาดิมี ปูติน" ผู้นำรัสเซีย

เจาะใจพลขับรถนำขบวน ผู้นำที่ร่วมประชุม "เอเปค"

ในการประชุมระดับสุดยอดผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก หรือเอเปค ระหว่างวันที่ 20-21 ต.ค.2546 ถือเป็นช่วงที่ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทุกหน่วยจะต้องร่วมมือกัน เพื่อให้งานดังกล่าวผ่านพ้นไปด้วยดี รถนำขบวนก็เป็นงานสำคัญ อีกด้านหนึ่งที่พลาดไม่ได้

เอเปค 2003 ชูเอกลักษณ์ไทยสู่โลก ระวังบุชยืมเวทีฉาย 'อเมริกัน โชว์'

นับถอยหลังอีกไม่ถึง 1 เดือน งานช้างระดับโลก 'APEC Leaders Meeting' ที่รัฐบาลภูมิใจนำเสนอ ก็จะเปิดม่านอย่างเป็นทางการ โดยไม่สนใจต่อกระแสข่าวลบนานาชนิดที่ทยอยออกมาอย่างต่อเนื่อง